เลือกใช้คำพูดที่เหมาะสม พูดให้ถูกจังหวะ ชื่นชมคนอื่นบ้าง และติให้เป็น ‘คำพูด’ คือสิ่งที่คุณใช้ทำลายทุกอย่างแม้แต่ตัวเอง หรือใช้สร้างมิตรภาพและเป็นบันไดสู่ความสำเร็จได้ นี่คือ 10 ประโยคตัวอย่างของ Working women มือโปรที่อาจทำให้คุณมีความสุขกับเพื่อนร่วมงานและการทำงานมากขึ้น
1. “เยี่ยม” ไม่มีใครไม่ชอบคำชม คุณควรฝึกพูดคำนี้ให้ติดปากและเอ่ยมันอย่างจริงใจ เมื่อเพื่อนร่วมงานทำได้ดี การชมเขาต่อหน้าคนอื่นจะทำให้คุณได้ทั้งเพื่อนและพันธมิตรที่ดีในที่ทำงาน ซึ่งให้ผลตรงกันข้ามกับการตำหนิหรือนินทาอย่างไกลโข คำๆ นี้ยังเป็นการดักคอไว้ก่อนแทนที่คุณจะพูดไม่เข้าท่า หรือ ช่วยไม่ให้เขาตอบโต้คำพูดไม่เข้าท่าของคุณอีกด้วย
2. “ฉันขอจัดการปัญหา และแก้ไขงานด้วยตัวเองก่อนนะคะ แล้วจะรีบส่งต่อให้คุณ” นี่เป็นประโยคเรียกสติ เมื่อคุณเจอปัญหา ช่วยให้คุณไม่พูดอะไรแย่ๆ อย่างโยนความผิดไปให้คนอื่นรับผิดชอบ ประโยคนี้ช่วยซื้อเวลาให้คุณ และทำให้เพื่อนร่วมงานประทับใจและมองคุณในแง่บวกมากขึ้น
3. “ไอเดียนี้ต้องพัฒนาอีกนิดนะคะ เพื่อให้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น” เมื่อมีใครเสนอไอเดียสุดเห่ย และไม่มีใครกล้าพูดตรงๆ คำพูดนี้ช่วยทำให้บรรยากาศดีขึ้นและอาจเกิดการต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ได้
4. “เรายังมีเวลาอีกเยอะนี่คะ ไม่จำเป็นต้องเริ่มทำตอนนี้เสียหน่อย” ประโยคปฏิเสธเชิงสร้างสรรค์ที่ควรเรียนรู้ เมื่อโปรเจ็กต์ที่เขาเสนอดูไม่เข้าท่าเอาเสียเลย ประโยคนี้จะช่วยไม่ให้เขาเสียหน้า
5. “เรื่องนี้ยังไม่ใช่ประเด็นที่เรากำลังหารือกันในตอนนี้ เอาไว้คุยกันในการประชุมครั้งหน้าดีไหมคะ” เผื่อใครในที่ประชุมแทรกถามเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่กำลังถกเถียงกันอยู่ แต่คุณอยากรักษาหน้าคนถามและอยากให้การประชุมเดินหน้าต่อไปได้
6. “หากเราใช้ขั้นตอนนี้ให้เกิดประโยชน์และถูกต้อง โปรเจ็กต์นี้สำเร็จแน่ๆ” นี่เป็นคำสร้อยยาวๆ ถ้ารู้สึกว่าพูดประโยคสั้นแค่คำว่า “ใช้ไอเดียนี่แหล่ะ” หรือ “ใช้ได้” ทำให้คุณดูซื่อบื้อและไม่เป็นมือโปร ประโยคนี้จะไม่ทำให้คุณกระอักกระอ่วนใจเวลาพูด
7. “การทำให้พื้นฐานแข็งแรง คือสิ่งที่สำคัญที่สุด” เมื่ออะไรบางอย่างไม่คืบหน้าไปไหน ไม่มีอะไรสำเร็จสักอย่าง การรอบคอบและพยายามแก้ปัญหาอย่างเต็มที่อาจเป็นสิ่งที่งานนี้ต้องการ แต่อย่าลืมเรื่องการเดินหน้าต่อไปด้วย
8. “ไว้กินข้าวด้วยกันนะคะ” คุณไม่อยากสนิทสนมกับเพื่อนร่วมงานหรือลูกค้ามากกว่าที่เป็นอยู่หรือ? อะไรดีๆ มักได้มาจากโต๊ะอาหาร ถ้ายังไม่เคยทานมื้อกลางวันกับเขาก็ลองชวนเขาไปทานมือเที่ยงดู
9. “ฉันกินไม่ไหวหรอก แค่ข้าวในจานตัวเองยังไม่หมดเลย ไว้ครั้งหน้านะ” ถ้ายังยุ่งๆ และมีงานอื้อที่ต้องเคลียร์ การพูดแค่นี้ย่อมดีกว่าการจบบทสนทนาด้วยดราม่าบนโต๊ะกินข้าว
10. “ฉันอยากเห็นงานกระเตื้องขึ้นอีกหน่อยน่ะค่ะ” ถ้าอยากโหมไฟในการทำงานของทีม ให้ใช้ประโยคนี้หรือพูดว่า “เฮ้ เราต้องผ่านโปรเจ็กต์นี้ไปให้ได้นะ อย่างน้อยก็เพื่อความอยู่รอดในเดือนนี้” เพราะการพูดยาวๆ ลงรายละเอียดว่าจะทำอย่างนั้น อย่างนี้ แทนที่จะมุ่งไปสู่ประเด็นสำคัญ อาจฟังดูน่าเบื่อ ชวนให้ทีมงานของคุณหลับ และหลงประเด็นจนประชุมไม่เลิกเสียทีได้
Women’s Health, September 2013

































