เวลาที่หงุดหงิดใจเพราะใครบางคน...คุณคงเที่ยวจับอาวุธฟาดฟันใครอย่างในหนังไม่ได้ ‘จริงๆ แล้วการยอมไม่ใช่การพ่ายแพ้ แต่มันหมายถึงความเป็นคนหนักแน่นและมีความเห็นอกเห็นใจคนอื่น’ หลายๆ เรื่องในชีวิตการประนีประนอมเป็นสิ่งดี แต่ถ้ามันไม่แฟร์จริงๆ คุณก็ไม่จำเป็นต้องยอมทุกครั้ง...สาวบางคนจะทนไม่ได้หากโดนแซงคิวที่ยาวเป็นหางว่าวตอนซื้อของ แต่ถ้าจะวีนและกลายเป็นตัวตลกในที่สาธารณะย่อมไม่เป็นผลดีต่อตัวคุณแน่ แต่กับแผน 3 ขั้นตอนนี้ จะช่วยให้คุณมีชัยแบบเนียนๆ ได้ในหลายสถานการณ์
1. ‘พูดออกไปเถอะ ว่าความจริง (มันเป็นอย่างไร)’ “นี่คุณ ฉันมาก่อนนะ” ด้วยน้ำเสียงเรียบๆ อย่างขึงขัง ในสถานการณ์ที่ต้องการชัยชนะ ห้ามใส่อารมณ์ ห้ามกลอกตา หรือถอนหายใจเด็ดขาด ถึงจะพูดในสิ่งที่อัดอั้น ไม่พอใจ หรือไม่สบายใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าควรพูดออกมาพร้อมกับการสาดอารมณ์เสียๆ ใส่ใคร การพูดด้วยเหตุผล น้ำเสียงที่ราบเรียบจริงจัง จะทำให้คำพูดของคุณมีน้ำหนักน่าเชื่อถือมากกว่า
2. ‘คิดเผื่อเอาไว้ว่า คุณอยากจะทำอะไร หากมีเวลา...’ ถ้าคุณมีแผนในใจที่อยากจะทำ คนอื่นก็เข้ามาแทรกและบงการชีวิตคุณได้ยากขึ้น คุณจะกล้าปฏิเสธคำขอของคนอื่นและพูดมันออกไปได้ง่ายกว่าเดิม นี่เป็นคำแนะนำจากแจ็คกี้ คริสตี้ นักจิตวิทยาจาก EmPowerMe
ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณอยากให้พี่สาว (ที่คุณไม่เคยปฏิเสธเธอได้เลย) เลิกทึกทักเอาเองว่า คืนวันเสาร์คุณมีเวลาว่างที่จะช่วยดูแลลูกๆ ให้เธอได้ บอกเธอไปเลยว่า ‘คุณทำงานมาทั้งสัปดาห์แล้ว อยากจะอยู่คนเดียวเงียบๆ บ้าง’ โดย “ใช้ภาษาแสดงถึงความแน่วแน่ เน้นที่คำว่า ‘ฉัน’ เป็นหลัก” ขึ้นต้นประโยคว่า ‘ฉันรู้สึกว่า/เชื่อว่า/คิดว่า/ต้อง...’ แล้วคนอื่นจะฟังคุณมากขึ้นค่ะ
3. ‘เทคนิคแถมท้าย เรียนรู้ที่จะใช้ภาษากายเข้าช่วย’ เมื่อจำเป็นต้องพูดเรื่องใดให้ได้ผลอย่างจริงจัง อย่างเรื่องที่คุณต้องการความร่วมมือ หรือความสำเร็จ...นอกจากการเรียบเรียงคำพูด ลำดับเหตุการณ์ การหาเหตุผลมาใช้โต้ตอบ การระวังน้ำเสียงและควบคุมอารมณ์แล้ว...คุณควรใช้ภาษากายเข้าช่วยด้วย
อย่างการสบตา หรือท่าทางที่มั่นคง...ถ้าต้องยืนพูด "ให้คุณยืนแยกเท้าความกว้างเท่าช่วงสะโพกระหว่างการพูด เพราะท่าทางนี้จะทำให้คุณดูแข็งแกร่งขึ้น เมื่อกระจายน้ำหนักไปที่ขาทั้งสองข้างเท่าๆ กัน” แจน ฮาร์เกรฟ ผู้เขียนหนังสือ Strictly Business Body Language แนะนำ
Women’s Health, April 2013

































